หมวดหมู่สินค้า

ค่า IP คือ ??

ค่า IP คือ?

ค่า IP คืออะไร ?

ค่า IP คือ ??

คุณรู้หรือไม่? อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เราใช้งานอยู่ในทุกๆ วัน ไม่ว่าจะเป็นหลอดไฟ โคมไฟ ปั๊มไฟฟ้า พัดลม เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน หรือแม้แต่อุปกรณ์อุตสาหกรรมในโรงงาน ล้วนผ่านกระบวนการผลิตที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล หนึ่งในมาตรฐานที่สำคัญที่สุดคือ “ค่า IP” ซึ่งมักจะปรากฏอยู่บนฉลากหรือแผ่น Nameplate ของสินค้า เช่น IP55, IP65 หรือ IP68 เป็นต้น

ค่า IP (Ingress Protection Rating) คือค่ามาตรฐานที่ใช้บอกระดับการป้องกันของอุปกรณ์ไฟฟ้าต่อสิ่งแปลกปลอมจากภายนอก เช่น ฝุ่นละออง (Dust) และ น้ำ (Water) โดยอ้างอิงจากมาตรฐานสากล IEC 60529 ของคณะกรรมาธิการอิเล็กทรอนิกส์สากล (International Electrotechnical Commission) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำหนดแนวทางในการทดสอบระดับการป้องกันของอุปกรณ์ไฟฟ้าให้เหมือนกันทั่วโลก

ค่า IP คืออะไร

 

รูปแบบของค่า IP มักจะแสดงเป็น IPXX เช่น IP65 หรือ IP67 โดยตัวเลขทั้งสองหลักหมายถึงระดับการป้องกันที่แตกต่างกัน ได้แก่

  • หลักแรก (X ตัวหน้า) หมายถึง ความสามารถในการป้องกันของแข็ง ฝุ่น หรือสิ่งแปลกปลอมที่อาจเข้าไปภายในอุปกรณ์

จะมีระดับตั้งแต่ตัวเลข 0-6
0 = ไม่สามารถป้องกันสิ่งต่างๆได้เลย
1 = สามารถป้องกันของแข็งที่มีขนาดไม่เกิน 50 มิลลิเมตร เช่น การเผลอไปจับตัวกล้องด้วยมือ
2 = สามารถป้องกันของแข็งที่มีขนาดไม่เกิน 12 มิลลิเมตร เช่น เผลอแตะด้วยนิ้ว
3 = สามารถป้องกันของแข็งที่มีตั้งแต่ 2.5 มิลลิเมตรขึ้นไป เช่น เครื่องมือ สายไฟ
4 = สามารถป้องกันของแข็งที่มีตั้งแต่ 1 มิลลิเมตรขึ้นไป เช่น เครื่องมือ สายไฟ และสายไฟขนาดเล็ก
5 = สามารถป้องกันฝุ่นได้ในระดับหนึ่ง
6 = สามารถป้องกันฝุ่นได้

  • หลักที่สอง (X ตัวหลัง) หมายถึง ความสามารถในการป้องกันน้ำ ละอองน้ำ หรือของเหลว

ซึ่งจะมีระดับตั้งแต่ตัวเลข 0-8 เช่น IP65 IP67 IP68
0 = ไม่สามารถป้องกันสิ่งต่างๆได้เลย
1 = สามารถป้องกันน้ำหยดใส่ได้ในแนวดิ่ง 90 องศาได้ เช่น หยดน้ำที่เกิดจากความชื้น
2 = สามารถป้องกันละอองน้ำที่เข้ามาในมุมเฉียงไม่เกิน 15 องศาจากแนวตั้ง
3 = สามารถป้องกันละอองน้ำที่เข้ามาในมุมเฉียงไม่เกิน 60 องศาจากแนวตั้ง
4 = สามารถป้องกันละอองน้ำได้จากทุกทิศทาง
5 = สามารถป้องกันน้ำได้ในระดับหนึ่ง
6 = สามารถเปียกน้ำได้แต่ไม่นาน เช่น โดนฝน
7 = สามารถจุ่มน้ำได้ที่ความลึกตั้งแต่ 15 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร
8 = สามารถใช้งานใต้น้ำได้

ตัวอย่าง

เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ลองมาดูตัวอย่างจริงของค่า IP ที่พบได้บ่อย

  • IP44 → ป้องกันของแข็งขนาดใหญ่กว่า 1 มม. และกันน้ำกระเด็นได้จากทุกทิศทาง เหมาะกับโคมไฟภายนอกอาคาร

  • IP55 → ป้องกันฝุ่นได้บางส่วน และทนน้ำฉีดแรงปานกลางได้ เหมาะกับมอเตอร์หรือปั๊มที่ติดตั้งกลางแจ้ง

  • IP65 → ป้องกันฝุ่นได้สมบูรณ์ และป้องกันน้ำฉีดแรงสูง เหมาะกับงานอุตสาหกรรมทั่วไป

  • IP67 → ป้องกันฝุ่นได้ 100% และสามารถจุ่มน้ำได้ชั่วคราว

  • IP68 → ใช้งานใต้น้ำได้อย่างต่อเนื่อง เหมาะกับอุปกรณ์ใต้น้ำหรือพื้นที่เปียกตลอดเวลา

การเข้าใจค่า IP เป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะช่วยให้เราเลือกใช้อุปกรณ์ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม เช่น

  • หากใช้งานในที่มีฝุ่นมาก เช่น โรงงานปูน โรงงานไม้ ควรเลือกอุปกรณ์ที่มี IP5X หรือ IP6X

  • หากติดตั้งกลางแจ้งหรือมีโอกาสโดนน้ำ ควรเลือก IP65 ขึ้นไป

  • หากใช้งานใต้น้ำ เช่น ปั๊มจุ่มหรือไฟใต้น้ำ ต้องเป็น IP68

การเลือกใช้ค่า IP ที่เหมาะสมช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ ลดความเสียหายจากความชื้น ฝุ่น หรือการกัดกร่อนของโลหะ และลดโอกาสเกิดอันตรายจากไฟฟ้าลัดวงจรอีกด้วย

สำหรับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ บริษัท เมคคานิก้า จำกัด ได้นำเข้าและจำหน่าย มีการการันตีรับประกัน รับรองเรื่องของคุณภาพ มีค่า IP แจ้งที่ตัวสินค้า ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญในการตัดสินใจในการเลือกมอเตอร์ไฟฟ้าที่จะนำไปงานให้เหมาะสมกับสภาวะแวดล้อมที่จะนำไปใช้งาน ยกตัวอย่าง เช่น มอเตอร์ไฟฟ้า MITSUBISHI รุ่น SF-JR Series ที่มีระดับการป้องกันน้ำและกันฝุ่น IP 55 ได้

สนใจสินค้าหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

บทความอื่นๆ